อาหารเเนะนำ

posted on 10 Sep 2011 07:46 by ppoppi
สเต๊ก

สเต๊ก (อังกฤษ: steak) คือชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของเนื้อโดยเฉพาะเนื้อวัว ในปัจจุบันเนื้อแดงอื่น ๆ และปลานิยมตัดมาทำสเต๊ก เนื้อสเต๊กจะตัดตั้งฉากกับเอ็นของเนื้อเพื่อคงความนุ่มของเนื้อไว้ สเต๊กสามารถกินได้ในลักษณะย่าง ทอด หรือ ต้ม ราคาของสเต๊กจะค่อนข้างสูงเปรียบเทียบกับเนื้อส่วนอื่น ซึ่งการกินสเต็กยังคงแสดงถึงความร่ำรวยในบางวัฒนธรรม

 

ระดับความสุก

ความสุก คือปริมาณช่วงเวลาในการเตรียมสเต๊ก ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ความสุกจะใช้กับสเต๊กเนื้อวัวเพื้ออย่างเดียว เนื่องจากเนื้อชนิดอื่นเช่นเนื้อหมู จำเป็นต้องทำให้สุกเพื่อฆ่าเชื้อที่ทำอันตรายต่อมนุษย์ที่อยู่ภายในเนื้อ

  • แรร์ (rare) เนื้อด้านนอกสีน้ำตาลอมเทา เนื้อส่วนกลางยังคงเป็นสีแดงและสีชมพู
  • มีเดียมแรร์ (medium rare) เนื้อด้านนอกสีน้ำตาลอมเทา เนื้อส่วนกลางเป็นสีแดงอมเทา ส่วนมากถ้าไม่ได้สั่งอะไรพิเศษ ทางสเต๊กจะจัดเตรียมในลักษณะนี้
  • มีเดียม (medium) เนื้อด้านในสุดเป็นสีชมพู โดยเนื้อส่วนอื่นจะเป็นสีน้ำตาลอมเทา
  • มีเดียมเวลล์ (medium well) เนื้อทั้งหมดจะเป็นสีน้ำตาลอมเทา โดยจะเห็นเพียงสีชมพูเรื่อ ๆ ความฉ่ำของเนื้อจะเริ่มลดลงที่ระดับนี้
  • เวลล์ดัน (well done) เนื้อทั้งหมดจะเป็นสีน้ำตาลอมเทา ความฉ่ำและความนุ่มของเนื้อจะลดลง แต่เนื้อจะสุกทุกส่วน
  • โอเวอร์คุ๊ก (Overcook) เนื้อทั้งหมดจะใหม้เกรียมเป็นสีดำ เนื้อจะแห้งแข็งและกระด้าง มีรสขมบ้าง

 

ชนิดของสเต๊ก

  • ฟิเลต์มิยอง (filet mignon) หรือ เทนเดอร์ลอยน์ (tenderloin) เนื้อที่ตัดจากส่วนกลางของวัว
  • ที-โบน (T-bone) เนื้อที่ตัดมาจากส่วนกลางพร้อมกับกระดูกรูปตัวที
  • เซอร์ลอยน์ (sirloin) เนื้อที่ตัดมาจากส่วนสะโพก
  • ริบอาย (rib eye) เนื้อซี่โครง
  • แฟลงก์ (flank) เนื้อบริเวณส่วนใต้

 

การทำสเต๊กอย่างคร่าว ๆ

ส่วนประกอบ ได้แก่ เนื้อสัตว์ดิบ น้ำมันพืช เนย เครื่องเทศ ซอสปรุงรสรสเค็ม

วิธีทำ

  1. หมักเครื่องเทศและซอสปรุงรสต่าง ๆ กับเนื้อสัตว์ดิบ เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาที เพื่อให้เข้าเนื้อ
  2. ตั้งกระทะก้นแบน เทน้ำมันเล็กน้อย ตามด้วยเนยเพื่อให้กลิ่นหอม
  3. ทอดบนกระทะ ไฟกลาง สักครู่แล้วพลิกกลับเพื่อให้เนื้อสุกทั้งสองด้านตามระดับความสุก
  4. ตักออกใส่จาน
  5. กระทะที่เปื้อนอยู่ ใส่เนย นม หรือสลัดครีมแล้วผัดเพิ่ม ถ้าต้องการน้ำราด

ผักต้มอบเนยข้างจาน เช่น ถั่วแขก แครอท ข้าวโพดอ่อน เห็ด

  1. หั่นผักให้เป็นแท่งแล้วนำไปต้มในน้ำเดือดสักพัก พอดูว่าผักสุกแล้ว หรือใช้ไมโครเวฟต้มผักในชามซึ่งมีน้ำร้อนอยู่เต็มก็ได้ ไม่เกิน 10 นาที
  2. นำผักนั้นผึ่งให้แห้ง
  3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและเนยเล็กน้อย
  4. นำผักลงไปผัด คลุก ๆ ไม่ต้องนานมากเพราะผักสุกอยู่แล้ว

 

                                   

                                  

 สเต็กปลา

PORK CHOP

สเต็กเนื้อสัน



edit @ 10 Sep 2011 08:19:23 by p

edit @ 10 Sep 2011 08:21:59 by p

คำถามทบทวน

posted on 17 Aug 2011 19:33 by ppoppi

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

      - จากรากศัพท์ทางภาษาอังกฤษ พบว่า มัลติ ( Multi )  คือ หลายๆ อย่าง ผสมรวมกัน
มีเดีย ( Media ) คือ สื่อ ข่าวสาร ช่องทางการสื่อสาร 
ดังนั้น มัลติมีเดีย(Multimedia) คือ การนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกัน เพื่อส่งเสริม
 การรับรู้และ ความเข้าใจของผู้รับข้อมูล ข้อมูลแบบมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์
ซึ่งในปัจจุบันมีการนำเสนองานในรูปแบบมัลติมีเดียอย่างหลากหลายมากขึ้น

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

      - การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์ เนื่องจากสามารถนำเสนอ
ข้อมูลได้ครอบคลุมทั่วโลก และสามารถนำเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ตัวหนังสือ
เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

     - รูปแบบการพิมพ์ เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์

     - การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย

     - การสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของเว็บไซต์

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร 
     - แตกต่างกัน โดยการเชื่อมโยงภายใน คือการสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดอื่นๆ
หรือไปยังภาพนิ่งอื่นๆ ในไฟล์เดียวกัน ส่วนการเชื่อมโยงภายนอก คือการเชื่อมโยง
ไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกไฟล์งานที่นำเสนอ

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

     - โปรเจคเตอร์  โทรทัศน์ จอมอนิเตอร์

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด 
 
     - การนำเสนอข้อมูลรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์ เพราะ สร้างได้ง่าย ลงทุนต่ำ ใช้เวลาน้อย
ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ช่วยในการนำเสนอ เข้าถึงคนได้หลายกลุ่ม

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบในMicrosoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

1. ให้คลิกจากเมนู  File > New
2. คลิกที่ On my computer

3. คลิกแท็บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม 
4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ 
5. คลิกปุ่ม ok  
6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
    
  • เปิดตัวอย่างงานนำเสนอในโปรแกรม PowerPoint ตรวจดูองค์ประกอบทั้งหมดของงานนำเสนอ จากนั้นดูตัวอย่างการนำเสนอภาพนิ่ง
  • ในมุมมองปกติ ที่แท็บ ภาพนิ่ง ให้เลือกภาพนิ่งที่สอง
  • ที่เมนู แทรก ให้คลิก กล่องข้อความ จากนั้น คลิกที่บริเวณใดก็ได้บนภาพนิ่งที่สอง แล้วพิมพ์Water Sports
  • คลิกที่กล่องข้อความใหม่ที่มีคำว่า "Water Sports" จากนั้น ไปที่เมนู นำเสนอภาพนิ่ง คลิกการเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง
  • ในบานหน้าต่างงาน การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง คลิกที่ปุ่ม เพิ่มลักษณะพิเศษ และชี้เมาส์ไปที่ ทางเข้าจากนั้นคลิกที่ ลอยเข้า
  • ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 ให้ดูตัวอย่างภาพเคลื่อนไหวโดยคลิกที่ปุ่ม เล่น ในบานหน้าต่างงาน การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง
  • 9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

         - Microsoft Wold

         - Microsoft Excel

         - Notepad

    10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูล
    ได้หรือไม่ อย่างไร

         - ได้   โดยที่ไม่จำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลเป็นตัวอักษร อาจจะเป็นแทรกภาพ  แทรกภาพยนตร์

    หรือเสียงแทน ซึ่งไม่ต้องมีกล่องข้อความก็สามารถทำได้

    11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วยMicrosoft PowerPoint
    หรือไม่อย่างไร

       - ไม่จำเป็น เพราะ สามารถนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint ในรูปแบบอื่นๆได้ เช่น

    การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย การสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ต

    ในรูปแบบของเว็บไซต์

    12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่

    ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
     แทรกรูปภาพโดย
    1.คลิกเลือกแถบเมนู เลือกรูปภาพ โดยเลือกจากแฟ้มข้อมูล
    2.เมื่อมีหน้าต่างแทรกรูปภาพปรากฎขึ้น เลือกรูปจากที่ๆบันทึกรูปเอาไว้
    3.คลิกแทรกรูปภาพ
         แทรกภาพยนตร์ และ เสียงโดย
    1.คลิกแทรกที่แถบมุม
    2.เลือกภาพยนตร์ และเสียง
    3. เลือกภาพยนตร์ จากแฟ้มหรือ เสียงจากแฟ้ม

    13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ

    หรือตัวอักษรอย่างไร

         - เป็นการนำเสนอที่สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าการนำเสนอแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร

    เนื่องจากเป็นการสรุปรายละเอียดของข้อมูลที่มีจำนวนมาก ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

    14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกัน

    จะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

         - ซอฟต์แวร์ที่ใช้ เช่น Micosoft Powerpoint และอาจมีโปรแกรมอื่นที่ใช้ช่วยใน

    การนำเสนออื่นๆ เช่น Macromedia, Dreamweaver  เป็นต้น

         - ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ เช่น  คอมพิวเตอร์, เครื่องพิมพ์, ลำโพง จอฉาย เป็นต้น

    15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร

    รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

         - มัลติมีเดีย, เว็บไซต์, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์, โทรทัศน์

    ภาษา C

    posted on 10 Jul 2011 22:28 by ppoppi

    ความหมายของภาษาซี

    ภาษาซี คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ใช้สำหรับพัฒนาโปรแกรมทั่วไป ถูกพัฒนาโดยเดนนิส ริสชี่ (Dennis Ritchie) เมื่อประมาณต้นปีค.ศ. 1970 เพื่อใช้งานบนระบบปฏิบัติการยูนิกส์ ต่อมาถูกนำไปใช้ในระบบปฏิบัติการต่าง ๆ จนถูกใช้เป็นภาษาพื้นฐานสำหรับภาษาอื่น เช่น ภาษาจาวา (Java) ภาษาพีเอชพี (PHP) ภาษาซีชาร์ป (C#) ภาษาซีพลัสพลัส (C++) ภาษาเพิร์ล (Perl) ภาษาไพทอล (Python) หรือภาษารูบี้ (Ruby)

    ในปี พ.ศ. 2515 ที่ห้องปฏิบัติการเบล เมืองเมอร์รีฮิล มลรัฐนิวเจอร์ซี่ โปรแกรมเมอร์ชื่อ เดนนิช ริชชี่ ได้พัฒนาโปรแกรม ภาษา B (BCPL : Basic Combined Programming Language) ของ เคน ทอมสัน และได้โปรแกรมใหม่ขี้นมาโดยให้ชื่อว่า ภาษา C สาเหตุที่ชื่อภาษา C อาจเป็นเพราะว่า C เป็นอักษรตัวที่ 2 ถัดจาก B ในคำว่า BCPL หรือ อาจเป็นเพราะว่า C เป็นตัวอักษรถัดจาก B ในอักษรภาษาอังกฤษ A - Z 
    ข้อดีของภาษา C

    1.ภาษา C ใช้ได้ในไมโครคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่ขนาด 8 บิต 16 บิต 32 บิต มินิคอมพิวเตอร์ หรือ คอมพิวเตอร์ระดับเมนเฟรม มีการพัฒนาการใช้งาน เพื่อให้เป็นมาตรฐาน ไม่ขึ้นกับโปรแกรมจัดระบบงาน หรือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฮาร์ดแวร์) 
    2.ภาษา C มีหลายรุ่น มีผู้ผลิตต่างบริษัท แต่มีโครงสร้างคล้ายกัน และสามารถใช้ร่วมกันได้ 
    3.ภาษา C มีความอ่อนตัว สามารถเจาะลงระดับลึกให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ ทำงานได้รวดเร็ว และที่สำคัญ ภาษา C เป็นคอมไพเลอร์ 
    4.ภาษา C เป็นภาษาที่มีโครงสร้าง
    ระดับภาษาของโปรแกรม 

    ภาษาระดับต่ำ เป็นภาษาที่มีความเร็วในการทำงาน แต่มีความยุ่งยากในการเขียน และ พัฒนาโปรแกรม 
    ภาษาระดับสูง มีความล่าช้าในการใช้งาน แต่เขียนโปรแกรมง่าย 
    ภาษา C มีโครงสร้างเป็นภาษาระดับสูง และสามารถทำงานได้เร็วในเวลาใช้งาน 
    โครงสร้างภาษา C

    #header 
    main ( )

    - กำหนดตัวแปร
    - กำหนดค่าตัวแปร
    - ฟังก์ชัน ในรูปสเตตเมนท์
    - การควบคุม
    - คอมเมนท์ 
    }
    function a( )
    {

    ....( มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับ ฟังก์ชั่น main ) 
    }
    function b( )

    เริ่มต้นใช้

    1.เขียนโปรแกรมบนอิดิเตอร์ ใด ๆ หรือ อิดิเตอร์ของภาษา C แล้วบันทึกข้อมูลให้มีนามสกุลเป็น .C 
    2.การคอมไพล์ จะได้ ข้อมูลนามสกุล OBJ ออปเจ็ค 
    3.การติดต่อกับไลบรารี จะได้ขัอมูลนามสกุล EXE เรียกว่า การเอ็กซีคิวต์

    การเขียนโปรแกรมภาษา C แต่ละครั้ง จะใช้วิธีการ รัน (RUN) เพียงครั้งเดียว ก็จะได้ ข้อมูลนามสกุล OBJ และ EXE โดยพิจารณา

    การ RUN โปรแกรมภาษา C

    1.RUN ใน Memory คือ การ RUN ในสภาวะแวดล้อมของ C คอมไพเลอร์ ใช้ในการพัฒนาโปรแกรม 
    2.RUN นอก Memory คือ การเรียกใช้ ข้อมูลนามสกุล EXE ที่ผ่านการเอ็กซีคิวต์ นอก C คอมไพเลอร์ เช่น DOS Windows หรือ บนระบบ ปฏิบัติการอื่น ๆ 
    ตัวอย่างการเขียนโปรแกรม 

    #include (1)

    main ( ) (2)
    {
    int A; (3)
    A = 20; (4)
    printf ("Turbo C \n"); (5)
    printf ("Easy Program"); /* function printf */ (6)
    }

    1. header เป็นการบอกให้ C คอมไพเลอร์ นำไฟล์อินพุท เอาทํพุท มาตรฐานมารวมกับไฟล์
    2. การผ่านค่า อาร์คิวเมนท์
    3. กำหนดตัวแปร
    4. กำหนดค่าตัวแปร
    5. ฟังก์ชันภายใน
    6. คอมเมนท์ หรือ คำอธิบาย

    บล็อก { } 

    คือ การกำหนด บล็อก ของ ฟังก์ชัน ถ้าโปรแกรมมีขนาดมากน้อยเพียงใดก็ได้ สามารถกำหนดบล็อกซ้อนกันได้ และ บล็อกเปิด ต้องเท่ากับ บล็อก ปิด 
    {......{......{......}......}....}

    การกำหนดตัวอักษรในการพิมพ์ 

    ใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็กในการเขียนโปรแกรม ได้แก่ คำสั่ง หรือ ฟังก์ชันต่าง ๆ 
    ตัวอักษร พิมพ์เล็ก และ พิมพ์ใหญ่ ให้ความหมายต่างกัน ใช้ในการกำหนดตัวแปร และชุดข้อความ (สตริง)

    ฟังก์ชันของภาษา c

    ในบทนี้จะอธิบายถึงฟังก์ชัน   ในภาษาซีซึ่งกล่าวถึงการทำงานของฟังชันก์   การสร้างฟังก์ชันและรูปแบบของฟังก์ชัน   การส่งค่าลักษณะต่าง ๆ และจะกล่าวถึงฟังก์ชันมาตรฐานของภาษาซีด้วย

    edit @ 10 Jul 2011 22:41:45 by p